• การกินอาหารแบบ 211
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  เมนูอาหาร

    การกินอาหารแบบ 2:1:1 ไร้พุง ลดโรค

    การกินอาหารเพื่อการลดพุง และไร้โรค ไม่ยาก เพียงใช้สูตร การกินอาหารแบบ 2:1:1 ก็สามารถทำได้ตามต้องการ หมายถึงการกำหนดปริมาณอาหารให้เหมาะสม โดยใช้จานอาหารพิเศษ เพื่อการควบคุมปริมาณและชนิดของอาหารแต่ละชนิดที่ต้องกินในแต่ละมื้อ จานอาการจะมีลักษณะกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 นิ้ว เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่ต้องใช้ร่วมด้วยในกิจกรรมนี้ หากใช้จานใหญ่มากไป จะทำให้อาหารดูน้อยซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดี จึงต้องให้ดูว่าพอดี ทำให้กินอาหารได้มากขึ้น เพราะจานเล็กจะทำให้เห็นว่าอาหารมากขึ้น จานอาหารขนาดมาตรฐานที่ใช้สำหรับสูตรอาหารไร้พุง และลดโรค ก็คือจานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 นิ้ว จะดีที่สุด เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการทำอาหาร จุดเริ่มต้นของ การกินอาหารแบบ 2:1:1 ต้องกำหนด ปริมาณอาหารตามแบบ ที่เป็นแบบจำลองของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการใช้สูตรพีระมิดอาหาร (Food Pyramid) เป็นการจำลองที่คล้ายกับธงโภชนาการ ของเราเองเป็นแนวทางในการชวนให้บริโภค เป็นอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ หรือนำไปปฏิบัติจริงไม่ถูกต้อง และพบว่าแนวโน้มของภาวะน้ำหนักตัวเกิน และโรคอ้วนยังคงสูงขึ้น และสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดมา จึงได้ออกแบบจำลองหรือจานอาหารพิเศษนี้ขึ้นมา ให้ชื่อว่า “MyPlate” การจัดสัดส่วนของอาหารในจานอาหารแบบ 2:1:1 การกินแบบ 2:1:1 กับจานข้าวแบบกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 นิ้วนี้ ต้องแบ่งส่วนของจานออกเป็น 4 ส่วน แล้วตักอาหารใส่จานโดยให้ความสูงไม่เกิน 1/2 นิ้ว สำหรับการแบ่งสัดส่วนของอาหารแต่ละประเภทนั้น ต้องทำดังนี้ 1. ผักสดหรือผักสุกต่าง ๆ ต้องมีปริมาณ 2 ส่วนของจาน เน้นผักที่มีหลากหลายสีสัน หรือผักตามฤดูกาล 2. ข้าวและอาหารที่เป็นแป้ง ปริมาณ 1 ส่วนของจานจะเป็น ข้าว แป้ง หรือก๋วยเตี๋ยวก็ได้แต่ต้องไม่ผ่านการขัดสี เพื่อจะได้ใยอาหารและวิตามินที่สูงกว่า 3. เนื้อสัตว์ที่มีไขมัน ถั่วเมล็ดแห้ง ปริมาณ 1 ส่วนของจาน ข้อแนะนำเพิ่มเติมเมื่อกินอาหารแบบ 2:1:1 1. ควรเพิ่มการบริโภคผลไม้สดที่มีรสชาติหวานน้อยอีก 1 จานเล็ก ในแต่ละมื้อ 2. เพิ่มการดื่มนม โดยต้องเป็นนมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย โยเกิร์ตหรือนมถั่วเหลือง อย่างใดอย่างหนึ่ง 3. กลุ่มอาหารตามสั่งพยายามเลือกเมนูที่มีผักให้มากสักหน่อย หรือมีการเติมผักลงในเมนูก็ได้ เช่น ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ข้าวผัดเพิ่มผัก สุกี้น้ำผักมาก เป็นต้น

  • ไข่เจียว
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด,  อาหารเด็ด

    สูตร ไข่เจียว ถังแตก ทอดขึ้นฟูนุ่มละมุน จนคุณต้องติดใจทุกรสสัมผัส

    ไข่เจียว เป็นเมนูอาหารที่ไหนคนนิยมรับประทาน ในแต่ละมื้อของอาหารโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีเมนูไข่เจียวเป็นเมนูอีกหนึ่งจานของทุกๆบ้าน บางท่านเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารคิดอะไรไม่ออกก็อยากที่จะรับประทานไข่เจียว จนทำให้เมนูไข่เจียวเป็นเมนูอาหารที่ใครหลายคนชื่นชอบ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูวิธีทำไข่เจียวแบบไม่ซ้ำจำเจ รับรองว่าไข่เจียวของคุณจะทอดขึ้นฟู มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนจนถูกใจคนในบ้านอย่างแน่นอน จะมีวิธีทำอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลยกับบทความดังต่อไปนี้ เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการทำอาหาร ไข่เจียว ถังแตก ไข่เจียวรูปแบบใหม่ รับประทานแล้วไม่มีเบื่อ อร่อยจนต้องยกนิ้วให้ ไหนคนชื่นชอบที่จะรับประทานไข่เจียว บางบ้านเด็กๆต่างก็เรียกร้องที่อยากจะให้ผู้ปกครองทำเมนูไข่เจียวให้รับประทานเป็นประจำทุกวัน วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูวิธีทำไข่เจียวที่ทอดขึ้นฟู มีรสชาติแสนอร่อย มีรสสัมผัสที่นุ่มละมุนปาก รับรองว่าทุกคนในบ้านจะชื่นชอบเมนูไข่เจียวถังแตกที่เราจะพาทุกท่านไปดูวิธีทำดังต่อไปนี้ นำไข่เจียวจำนวน 4 ฟอง มาตอกใส่ถ้วย โดยทำการแยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกัน หลังจากนั้นตีไข่แดงให้ละเอียด และกลับไปตีไข่ขาวให้เป็นฟองละเอียดโดยวิธีการตีไข่ขาวนั้นจะค่อนข้างยากนิดนึงใช้เวลาประมาณ 15 นาที แต่ถ้าหากใครมีเครื่องตีไข่ก็จะช่วยลดเวลาได้ดีพอสมควร หลังจากนั้น นำไข่แดงและไข่ขาวมาผสมรวมกัน ทำการตีไข่ที่นำมาผสมกันให้ขึ้นฟู ให้มีความละเอียด ปรุงรสตามที่ต้องการ  ตั้งน้ำมันให้เดือด ก่อนนำไข่ที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในกระทะ ปิดฝากระทะอบไข่ให้พอประมาณ หลังจากนั้นเมื่อไข่อีกฝั่งนึงได้ที่แล้ว ให้ทำการพับไข่ขึ้นมาฝั่งนึงในลักษณะของขนมถังแตก คุณจะสังเกตเห็นใครที่นุ่มขึ้นฟู  เมื่อได้ที่แล้วนำใส่จานรับประทานกับน้ำจิ้มหรือซอสมะเขือเทศจะเป็นเมนูแสนอร่อยที่เด็กๆและคนในครอบครัวต่างก็ชื่นชอบ รับประทานอย่างไรก็ไม่เบื่อไม่ซ้ำจำเจจนต้องร้องขอให้คุณทำอีกครั้งอย่างแน่นอน เนื่องจากเมนูไข่เป็นเมนูที่แสนอร่อยใครๆต่างก็อยากจะรับประทาน ทำให้เราได้มีการนำไข่มาเปลี่ยนรูปแบบและกรรมวิธีการทำให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้เป็นวิธีทำของไข่เจียวถังแตกที่รับรองว่าทุกรสสัมผัสจะนุ่มละมุนเข้าไปภายในปาก จนคุณต้องประทับใจอย่างแน่นอน 

  • กิมจิ
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด,  อาหารเด็ด,  เมนูอาหาร

    รังสรรค์เมนูอาหารยอดนิยมที่ทำจากผักดองเกาหลีอย่าง กิมจิ  อร่อยเด็ดไม่รู้ลืม

    เทรนด์เกาหลีกำลังมาแรงอย่างมากในยุคปัจจุบัน เพราะคนส่วนใหญ่ต่างก็นิยมเทรนเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งตัว  ดาราเกาหลี รวมไปถึงอาหารเกาหลีที่กำลังมาแรงอย่างมากในขณะนี้ วัยรุ่นไทยต่างก็เลือกรับประทานอาหารเกาหลีเป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าอาหารเกาหลีนั้นมีรสชาติจัดจ้าน เผ็ดไม่รู้เรื่อง ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตอย่าง กิมจิ เป็นเมนูหลักที่ต้องมีในทุกมื้อของชาวเกาหลี ซึ่งชาวไทยนำมารับประทานแล้วอร่อยจริง จนต้องนำมารังสรรค์ให้เข้ากับเมนูอาหารไทย จะมีเมนูอะไรบ้างนั้นเราจะพาทุกท่านไปรู้จักพร้อมๆกันดังต่อไปนี้ แนะนำอาหาร กิมจิ ผักดองเกาหลี ทำเป็นเมนูอาหารไทยอร่อยได้เหมือนกัน กิมจิเป็นเมนูอาหารหลักที่ชาวเกาหลีนำมารับประทานในทุกๆมื้อ ซึ่งกิมจินั้นก็มีหลายประเภทด้วยกัน โดยจะนำผักนานาชนิดมาทำเป็นเมนูกิมจิรับประทาน ซึ่งผักที่นำมาใช้ทำก็ต้องแล้วแต่ฤดูกาล เมนูกิมจิเป็นเมนูที่หลายคนรู้จักไปทั่วโลก เมื่อนำมาชิมแล้วต่างก็ติดใจกับรสชาติ โดยเฉพาะชาวไทยนำเมนูกิมจิมารังสรรค์ให้เข้ากับอาหารไทย ซึ่งจะเป็นเมนูใดบ้างนั้นไปดูกันเลยดังต่อไปนี้ หมูสามชั้นผัดกิมจิ เมนูง่ายๆอย่างหมูสามชั้นนำมาผัดกับผักดองเกาหลีอย่างกิมจิ เป็นเมนูที่เราพบเห็นอยู่ตามร้านอาหารทั่วไป ซึ่งเมื่อนำมาผัดรวมกันแล้วเป็นเมนูที่มีความเอร็ดอร่อย มีรสชาติกลมกล่อม มีกลิ่นหอมของงา เป็นเมนูที่สามารถรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆได้อย่างดี ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน ในฤดูหนาวชาวเกาหลีมักจะนำเอากิมจิมาทำเป็นซุปอุ่นๆรับประทาน ซึ่งจะให้รสชาติกลมกล่อมเป็นรสชาติที่ครบ ไม่ว่าจะเป็น รสเปรี้ยว รสเค็ม รสหวาน ซึ่งเมื่อนำไปต้มและเคี่ยวให้ได้ที่กับเต้าหู้อ่อน ปรุงรสกลางๆให้สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย เป็นเมนูซุปแสนอร่อยที่ถูกใจคนในครอบครัวจำนวนมาก บะหมี่เย็นกิมจิ  เมนูบะหมี่เย็นเป็นเมนูที่ชาวเกาหลีชื่นชอบ ซึ่งเมนูนี้ชาวเกาหลีมักจะรับประทานในฤดูร้อน จะเป็นเมนูที่ช่วยดับร้อนได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำเอาบะหมี่ มาใส่รวมกันกับวัตถุดิบนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นหมู ไข่ต้ม ผัก และกิมจิ เมื่อต้มรวมกันจัดใส่ถ้วยรับประทานกับบะหมี่เย็นจะเป็นเมนูที่ชาวเกาหลีชื่นชอบอย่างแน่นอน หม้อไฟกิมจิ เมนูหม้อไฟที่ชาวเกาหลีชื่นชอบและมักจะทำรับประทานในช่วงหน้าหนาว เป็นเมนูที่ให้ความอบอุ่นและเป็นเมนูที่แสนอร่อย มีรสชาติจัดจ้าน มีวัตถุดิบนานาชนิดจำนวนมากมาย ต้มใส่หม้อไฟร้อนๆ สำหรับเมนูอาหารเกาหลีที่ทำจากกิมจิที่เรานำมาให้ท่านได้รู้จักในวันนี้ เป็นเมนูยอดนิยมที่ไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างชาติต่างก็นิยมรับประทาน เมื่อเดินทางไปต่างประเทศทุกคนต่างก็ไม่พลาดที่จะสั่งเมนูเหล่านี้มารับประทาน เพราะเป็นเมนูขึ้นชื่อที่ทำจากกิมจิ ซึ่งเป็นผักดองเกาหลีที่ขึ้นชื่อและโด่งดังไปทั่วโลก 

  • แกงส้มกุ้งไข่เจียว
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด,  อาหารเด็ด,  เมนูอาหาร

    ทำง่ายๆ แกงส้มกุ้งไข่เจียว สดช่องคอรสชาติจัดจ้าน

                   สำหรับคนทำงานที่เป็นพนักงานออฟฟิศพนักงานบริษัท วันๆรับประทานแค่เพียงผัดกระเพรา ผัดพริกแกง ก๋วยเตี๋ยวต่างๆ และมีกระเพาะอาหารที่ไม่มีประสบการณ์แปลกใหม่ให้ลิ้มลองซ้ำซากจำเจน่าเบื่อหน่ายแกงส้มกุ้งไข่เจียว จะเป็นอะไรที่เลิศเลอเพอร์เฟค แกงส้มกุ้งร้อนๆหอมมันกุ้ง ซดคล่องคอมีรสชาติเปรี้ยวให้ต่อมน้ำลายผลิตน้ำหล่อลื่นออกมากลั้วคอทุกคำที่ซดลงไป มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์กุ้งหวานนุ่มไม่สุกจนแข็งโป๊ก และสามารถเคี้ยวได้อย่างเต็มคำกับไข่เจียวที่ซึมซับน้ำแกงส้มไว้จนชุ่ม ไม่ไหวแล้วพี่ ทำเถอะ! เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการทำอาหาร อาหารเด็ด ทั่วไทย มาดูวัตถุดิบ แกงส้มกุ้งไข่เจียว กันก่อนจะได้เตรียมถูก                 คัดสรรวัตถุดิบสดๆมาจากตลาดใกล้บ้าน เพื่อรังสรรค์เมนูที่มีConceptเหมือนเดิม คือได้ทั้งกับข้าวกับแกล้ม แกงส้มกุ้งไข่เจียว ตอบโจทย์ได้รอบด้าน ขั้นตอนไม่ยุ่งยากวัตถุดิบไม่มีราคาสูงจนเกินไป จดเอาไว้แล้วไปหาซื้อมา กุ้ง จะเป็นกุ้งขาวกุ้งดำก็ได้ กุ้งขาวจะนุ่มกว่าแต่กุ้งดำเนื้อจะค่อนข้างกระด้าง ใช้ประมาณครึ่งกิโลก็พอ ไข่ไก่ ตามชอบกี่ฟองก็ได้ ยอดชะอม ดอกขจร ดอกแคตามชอบ ชุดเครื่องเทศก็จะมีเกลือ พริกแห้งกระเทียม กระชาย หอมแดง กะปิ มะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เครื่องปรุงรสทั่วๆไปนั่นแหละ       เตรียมวัตถุดิบพร้อมแล้วก็ลงมือทำกันได้เลย เอากุ้งมาหักหัวผ่าหลังเอาเส้นดำที่หลังออก ปอกเปลือกให้เรียบร้อยใครเขากินเปลือกกันล่ะ ส่วนหัวอย่าทิ้งเอาขี้ที่หัวออกแล้วเอามันไปผัดในหม้อให้หอม เสร็จแล้วเติมน้ำ จะได้น้ำซุปมันกุ้ง  เอากุ้งที่เตรียมไว้ไปลวกในน้ำนั้นเลย อย่าลวกนานให้พอสุกปานกลาง ตักเนื้อกุ้งออก กรองเอาแต่น้ำส่วนหัวกุ้งที่เหลือทิ้งไป อย่าจำสลับกันเด็ดขาด แบ่งกุ้งที่ลวกแล้ว เอาไว้ไปตำกับเครื่องแกงเพื่อเพิ่ม Texture หรือรสสัมผัสของแกงส้มกุ้งไข่เจียว นำเกลือเล็กน้อยพริกแห้งตามชอบกระเทียม 4- 5 กลีบ แล้วใส่กระชายหั่น 3 ช้อน หอมแดง 8-9 หัวพริกแห้ง 4-5 ดอก กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่กุ้งที่ลวกแล้วลงไป 3-4 ตัวตำให้แหลก ทำไข่เจียว ยอดชะอม ดอกขจร ดอกแค ประมาณ 3-4 ฟองตามความชอบ ขั้นตอนนี้คงไม่ต้องอธิบาย เสร็จแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ตั้งหม้อแล้วใส่น้ำต้มมันกุ้งที่เตรียมไว้ รอเดือดใส่น้ำมะขามเปียก 2 ทัพพีครึ่ง  น้ำตาลปี๊บช้อน(โต๊ะ)ครึ่งน้ำปลา 3 ช้อนชิมรส  ใส่กุ้ง(อย่าลืมว่ากุ้งเราลวกแล้ว ไม่ต้องต้มนานไม่งั้นมันจะเหนียวจริงๆ)ใส่ไข่เจียวรวมผักสมุนไพรของเราแกงส้มกุ้งไข่เจียวเดือดแล้วยกเสิร์ฟได้เลย ไม่ต้องโรยหน้าด้วยอะไรทั้งนั้น ไปตักข้าวสวยมาเดี๋ยวนี้!

  • ข้าวต้มเครื่อง
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด,  อาหารเด็ด,  เมนูอาหาร

    วิธีการทำ ข้าวต้มเครื่อง ให้อร่อยเหมือนกับที่ร้าน

                    เมนูอาหารเช้าที่หลายคนน่าจะชื่นชอบกันก็คือ ข้าวต้มเครื่อง เป็นเมนูที่ออกแบบองค์ประกอบได้หลากหลาย แล้วก็ได้สามารถเพิ่มเนื้อเพิ่มผักให้ได้สารอาหารครบถ้วนในถ้วยเดียวได้ แต่ปัญหาของหลายคนก็คือ ทำข้าวต้มแล้วไม่อร่อยเหมือนไปกินที่ร้าน บ้างก็ข้าวเละเกินไป บ้างก็ได้น้ำซุปที่แสนจืดชืด แล้วก็มีเหมือนกันที่วัตถุดิบแต่ละอย่างสุกไม่เท่ากัน เราเลยมีเคล็ดลับการทำข้าวต้มแบบที่ร้านอร่อยเขาใช้กันมาฝาก แนะนำอาหารเด็ดทั่วไทย หุงข้าวสำหรับทำ ข้าวต้มเครื่อง           ถ้าคุณคิดว่าการทำข้าวต้มเครื่องคือการเอาข้าวสารใส่หม้อแล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆ แสดงว่าคุณเข้าใจผิดแล้ว วิธีการแบบนั้นจะเหมาะกับข้าวต้มกุ๊ยที่ต้องการให้เม็ดข้าวแตกออก น้ำที่ได้จะกลายเป็นน้ำข้าวสีขุ่นพร้อมกับมีความหนืดมากขึ้น แต่ถ้าจะทำแบบทรงเครื่องจะต้องหุงข้าวให้สุกก่อน โดยเราจะลดน้ำให้น้อยกว่าการหุงข้าวปกติเล็กน้อย เอาแค่ให้ข้าวพอสุกแต่ไม่ต้องนิ่ม เพราะมันต้องนำมาต้มต่ออีกรอบหนึ่ง ให้ความสำคัญกับน้ำซุปของข้าวต้มเครื่อง           ระหว่างที่กำลังหุงข้าวก็ให้เตรียมน้ำซุปสำหรับข้าวต้มเครื่องได้เลย ถ้ามีเวลาก็อาจใช้เป็นน้ำสต็อกไก่หรือหมูตามใจชอบ แต่หากไม่สะดวกจะใช้น้ำสต็อกแบบสำเร็จ หรือจะใช้หอมใหญ่กับหัวไชเท้าเข้ามาช่วยก็ได้ การต้มผัก 2 ชนิดนี้จนเปื่อยจะช่วยให้น้ำซุปหวานกลมกลอม แทบไม่ต้องปรุงอะไรก็ได้รสชาติที่ดีแล้ว ในจังหวะนี้ให้ต้มผักที่มีความแข็งไปพร้อมกัน เช่น ข้าวโพด แครอท เป็นต้น เทข้าวลงในน้ำซุปของข้าวต้มเครื่อง           หลังจากข้าวสุกแล้วให้คดออกจากหม้อแล้วปล่อยให้ไอน้ำระเหยออกสักครู่ นำมาเทลงหม้อน้ำซุปของข้าวต้มเครื่อง ช่วงแรกยังไม่ต้องคนเพราะข้าวจะเละ ให้ทยอยใส่เครื่องอื่นๆ ที่ต้องการลงไปก่อน สักพักค่อยคนให้เข้ากันพร้อมปรุงรสเป็นการปิดท้าย ที่สำคัญคือการปรุงรสควรให้อยู่ในระดับกลางไว้ก่อน บรรดาพริกไทยหรือน้ำส้มควรแยกให้คนกินมาปรุงเองทีหลัง

  • ฟักทอง
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด,  อาหารเด็ด,  เมนูอาหาร

    เคล็ดลับการผัด ฟักทอง ให้หอมอร่อยและได้รสนุ่ม

              ฟักทอง เป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางสารอาหารหลายอย่าง เหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักและเหมาะกับการฝึกเด็กๆ ให้เริ่มกินผัก เมนูผัดฟักทองจึงเป็นเมนูอาหารที่ทุกบ้านต้องเคยทำ เมนูนี้ทำได้ง่ายแล้วก็ทานได้บ่อย เพราะเราสามารถปรุงให้เป็นรสอ่อนๆ ก็ได้ หรือจะเพิ่มความจัดจ้านเล็กน้อยด้วยการเสริมใบโหระพาก็เข้าท่าเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคนที่มีปัญหากับการทำเมนูนี้ ทำเสร็จแล้วมีความแข็งกระด้างบ้าง เหม็นเขียวบ้าง รสแหลมโดดบ้าง วันนี้จึงมีเทคนิคดีๆ มาฝากกัน อาหารเด็ด เลือกวัตถุดิบให้เหมาะกับการผัด ฟักทอง           คุณสมบัติเฉพาะตัวของฟักทองก็คือ เนื้อสัมผัสจะเปลี่ยนไปตามอายุของผลผลิต ฟักทองที่ควรจะนำมาทำเป็นผัดฟักทอง ถ้าเลือกใช้ผลที่ยังไม่แก่จัดก็จะได้รสชาติหนึ่ง ถ้าเลือกผลที่แก่มากแล้วก็จะได้อีกรสหนึ่ง หากต้องการได้รสละมุนและมีกลิ่นหอมเด่น จะต้องเลือกฟักทองผลใหญ่ที่แก่จัดแล้ว ผิวนอกจะขรุขระและแข็ง เนื้อในต้องมีสีเข้มสวย ผักฟักทองไม่ต้องเก็บเปลือกเอาไว้           เชื่อว่าหลายบ้านจะนิยมหั่นฟักทองเพื่อเตรียมทำผัดฟักทอง ด้วยการปอกเปลือกออกไม่หมด คล้ายกับเลาะแค่บางส่วนออกไปเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าเอาออกจนหมดเนื้อจะเละเกินไป ซึ่งไม่ใช่ความเข้าใจที่ผิด แต่ถ้าทุกคนเลือกใช้ฟักทองแก่จัดอย่างที่บอกไปตอนต้น เปลือกมันจะแข็งมากจนทำให้ผักเสียรสสัมผัสที่ดี เลยต้องปอกเปลือกทิ้งทั้งหมด แต่อย่าปอกเปลือกหนาเกินไป จะได้เหลือเนื้อติดเปลือกที่มีความแข็งอยู่บ้าง ระหว่างผัดฟักทองให้เติมน้ำแค่ครั้งเดียว           เนื่องจากฟักทองเป็นพืชเนื้อแข็ง เวลาผัดฟักทองจึงต้องเติมน้ำลงไปเพื่อช่วยให้เนื้อนิ่มเร็วขึ้น ข้อผิดพลาดก็คือหลายคนใช้วิธีการเติมน้ำหลายครั้ง น้ำแต่ละรอบจึงคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงได้ไม่เท่ากัน และการที่อุณหภูมิในกระทะเดี๋ยวเย็นเดี๋ยวร้อน ก็ทำให้เสียรสชาติของอาหารไปด้วย วิธีการที่ดีกว่าจึงเป็นการผัดแบบแห้งๆ ไปจนกว่าจะใกล้สุก แล้วค่อยเติมน้ำรอบเดียวด้วยปริมาณที่มั่นใจว่าเพียงพอ

  • ปลาดุกผัดพริกแกง
    ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด,  อาหารเด็ด,  เมนูอาหาร

    ปลาดุกผัดพริกแกง เมนูอาหารเด็ดรสชาติเผ็ดร้อน

                    ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง ที่นิยมนำมาทำอาหารเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน บางคนก็อาจจะไม่ชอบ เนื่องจากเชื่อว่าปลาน้ำจืดนั้น มีกลิ่นคาว หรือแม้กระทั่งความเชื่อที่ว่า การปล่อยปลาไม่ว่าจะเป็นปลาชนิดไหนก็ตาม จะไม่ทานปลาชนิดนั้นอีก ปลาคนปล่อยปลาดุกเลยไม่กินปลาดุก ปลาคนปล่อยปลาไหลก็ไม่ทานปลาไหนเช่นกัน แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบการรับประทานปลาดุกนั้น บอกได้เลยว่า มีหลากหลายเมนูที่สามารถนำปลาดุกไปใช้เป็นวัตถุดิบหลักได้ อย่างเช่นการทำ ปลาดุกผัดพริกแกง สามารถทำได้ทั้งแบบสด และแบบทอด เพราะบางคนชอบทานปลาดุกก็จริงแต่ไม่ชอบกลิ่น เลยเลือกที่จะนำไปทอดก่อน ที่จะนำมาประกอบอาหารตามความชื่นชอบของตนเอง อาหารเด็ด วิธีการทำ ปลาดุกผัดพริกแกง สไตล์อาหารใต้ หลังจากที่ซื้อปลาดุกมานั้น ก็นำมาล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน เนื่องจากปลาดุกนั้นมีลักษณะที่ไม่เหมือนปลาชนิดอื่น มันมีเมือก ลื่น ๆ อาจจะดูไม่ค่อยน่าทานเท่าไหร่ถ้าหากทำความสะอาดไม่ดี ดังนั้นเวลาล้างให้ใช้เกลือผงโรยให้ทั่ว แล้วใช้วิธีการขยำด้วยมือ เพื่อเป็นการเอาเมือกที่อยู่บนตัวปลานั้นออกให้หมด แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด หลังจากนั้น จุดเตาตั้งกระทะใส่น้ำมัน เมื่อน้ำมันร้อนแล้ว ให้นำปลาดุกลงไปทอด ในขณะที่ทอดนั้นให้ใช้ไฟอ่อน ไม่งั้นปลาจะไหมก่อนที่จะสุก เมื่อทอดปลาเสร็จแล้ว ก็มาถึงการผัดพริกแกง โดยเริ่มจากการตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เมื่อน้ำมันร้อนแล้ว ให้ใส่กระเทียมลงไปผัด จากนั้นก็ใส่พริกแกงที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้หอม ปรุงรสชาติให้กลมกล่อม เมื่อได้ที่แล้วให้นำปลาดุกที่ทอดไว้ ใส่ลงไป แล้วผัดให้เข้ากัน  ใส่พริกไทยอ่อนลงไปเล็กน้อย ปิดเตาแล้วตักเสิร์ฟได้เลย ก่อนที่จะเสิร์ฟนั้น ให้โรยด้วยใบมะกรูดซอย เพื่อเพิ่มความหอมให้กับอาหารให้ดูน่าทานมากยิ่งขึ้น การใส่พริกไทยอ่อนลงไปด้วยนั้น เพื่อเป็นเพิ่มรสชาติของอาหารให้มีความเผ็ดร้อนมากขึ้น ขณะที่รับประทานเข้าไป บางท่านอาจจะบอกว่าเพื่อกลบกลิ่นปลา ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามจะไม่ใส่ก็ได้ เพราะพริกแกงก็มีรสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อนตามแบบฉบับของคนใต้อยู่แล้วนั่นเอง

  • ข้าวคลุกกะปิ
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด,  อาหารเด็ด,  เมนูอาหาร

    ข้าวคลุกกะปิ เมนูอาหารง่าย ๆ ที่ทานรับประทาน

                    ข้าวคลุกกะปิ ถือเป็นเมนูอาหารอย่างหนึ่งที่ใครหลาย ๆ คนชื่นชอบ อาจจะด้วยความที่มีเครื่องเคียงหรือองค์ประกอบหลายอย่าง ที่ทำให้รสชาติของข้าวคลุกกะปินั้นมีความอร่อยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการจะทำข้าวคลุกกะปิให้มีความอร่อยนั้นอยู่ที่การเลือกใช้กะปิด้วย หากเลือกใช้กะปิอย่างดี จะทำให้รสชาติของข้าวนั้นออกมาหอม และไม่เค็มจนเกินไปอีกทั้งเครื่องเคียงที่เพิ่มความอร่อยนั้นก็มีหมูหวาน กุนเชียง  หอมแดง พริกขี้หนูสดซอย มะม่วงเปรี้ยว ไข่ม้วนหรือไข่เจียวธรรมดาแล้วนำมาซอบเป็นเส้น ๆ บางที่ก็ใช้กุ้งหวานด้วย เรียกได้ว่าเป็นข้าวจานเดียวที่คับแน่นไปด้วยคุณภาพ ในการทำข้าวคลุกกะปินั้นเคยมีคนบอกไว้ว่า เพื่อเป็นการทำข้าวที่เหลือก้นหม้อนั้น ไม่ถูกทิ้งไป เรียกง่าย ๆ ว่าเสียดายข้าวนั่นเอง เพราะคนไทยนั้นมีความเชื่อเรื่องบุญคุณของข้าว การทิ้งข้าวหรือทานข้าวเหลือนั้นเหมือนเป็นการทรยศชาวนา ที่เขาอุตส่าห์ตรากตรำทำนาด้วยความยากลำบาก เพื่อให้เราได้มีข้าวกิน ทำให้คุณในสมัยก่อนนั้นมีความเสียดายข้าวที่เหลือก้นหม้อ หรือข้าวที่เหลือค้างคืนเป็นอย่างมาก ดังนั้น การทำข้าวคลุกกะปินั้นก็เหมือนเป็นการสร้างคุณค่าของข้าวในการเปลี่ยนเป็นรูปของอาหารจานเดียวให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นั่นเอง เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการทำอาหาร วิธีการทำ ข้าวคลุกกะปิ อาหารจานเดียวที่มีคุณภาพคับจาน เริ่มตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบที่จะใช้ ดังนี้ หมูสามชั้นสำหรับทำหมูหวาน ไข่ไก่ กุนเชียง หอมแดงซอย มะม่วงเปรี้ยวซอย พริกขี้หนูสดซอย กุ้งแห้ง ถั่วฝักยาวซอย พริกขี้หนูทอด กะปิอย่างดี และก็ข้าวสวย หลักจากเตรียมวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มทำเครื่องเคียงได้ โดยเริ่มจากการทำหมูหวานก่อน  จากนั้นก็ทำกุ้งหวาน ทอดกุนเชียง ทอดไข่ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มการทำข้าวคลุกกะปิได้ โดยเริ่มจากการ จุดเตาตั้งกระทะและใส่น้ำมัน เมื่อน้ำมันเริ่มร้อน ก็ใส่หอมแดงซอยลงผัด จนได้กลิ่นหอม จากนั้นนำกะปิที่เตรียมไว้ลงไปผัดต่อ ในขณะที่ผัดนั้นให้ใช้ไฟอ่อนก่อน ป้องกันการไหม้ของหอมและกะปิ เมื่อได้กลิ่นหอมและใส่ข้าวสวยลงไปผัด จากนั้นเร่งไฟให้แรงขึ้น และผัดให้ข้าวกับกะปินั้นเข้ากัน เมื่อผัดจนข้าวกับกะปินั้นเข้ากันจนได้ที่แล้วก็ปิดไฟ ตักเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงได้เลย ข้าวคลุกกะปินั้น ถือเป็นอาหารที่มีความอร่อยอีกชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังมีคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วยอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นการนำเอาข้าวที่เหลือค้างคืนหรือก้นหม้อมาทำก็ตาม

  • น้ำพริกอ่องไก่สับ
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด,  อาหารเด็ด,  เมนูอาหาร

    รีวิว น้ำพริกอ่องไก่สับ เมนูรสเด็ดน่าทาน

    น้ำพริกอ่องไก่สับ เป็นเมนูเด็ดน่าทานที่เราแนะนำ หากใครที่อยากทานแต่ทำไม่เป็นเราแนะนำว่าบทความของเราคุณอ่านจบจะทำเป็นโดยทันที การทำเมนูนี้ไม่ยาก และทำติดตู้ไว้ได้เลยหากอยากทาน  เป็นเมนูน้ำพริกที่ทานอร่อยไม่เลียน มีผักแกล้มยิ่งดี เมนูย่อยง่าย ทานได้ทุกวัย เพราะรสชาติไม่เผ็ดจะเป็นน้ำพริกที่ออกหวานเป็นส่วนใหญ่ ขั้นตอนการทำไม่ยากการเตรียมวัตถุดิบก็หาง่ายตามตลาดแถวบ้านทั่วไป แนะนำอาหารเด็ด ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ น้ำพริกอ่องไก่สับ พริกขี้หนูแห้ง จำนวน  2 เม็ด กระเทียมกลีบใหญ่ จำนวน 5 กลีบ พริกชี้ฟ้าแห้ง จำนวน 5 เม็ด น้ำมันพืช ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง จำนวน 4 หัว มะเขือเทศราชินี ปริมาณ 250 กรัม เนื้ออกไก่ ปริมาณ 200 กรัม น้ำตาลปี๊บ  ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก  ปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา  ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย  จำนวน 2 ต้น วิธีการทำน้ำพริกอ่องไก่สับ เตรียมการทำน้ำพริก โดยการโขลกให้ละเอียด ใส่พริกชี้ฟ้าแห้ง พริกขี้หนูแห้ง หอมแดงและกระเทียม มาตำรวมให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วตักพักไว้ จากนั้นเตรียมตั้งกระทะ  เอาส่วนผสมที่ตำเสร็จแล้ว มาผัดโดยใช้ไฟปานกลาง  ผัดไปสักพักให้ส่งกลิ่นหอมฉุน จากนั้นตามด้วยใส่เนื้อไก่ลงไปผัด ผัดไปให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน พอสุกได้ที่แล้ว ใส่มะเขือเทศตามลงไปได้เลย ต่อไปทำการปรุงรส ด้วยน้ำตาลปี๊บ มะข้ามเปียก และน้ำปลา ปรุงแต่งเพิ่มรสชาติได้ตามต้องการ ทำการปิดไฟลง ตักใส่ถ้วย แล้วโรยด้วยต้นหอม จัดจานเสริฟ์ด้วยผัก ทานกับข้าวสวยร้อนๆ บอกเลยว่ายิ่งฟิน น้ำพริกอ่องไก่สับเป็นเมนูเด็ดที่เราการันตรีเลยว่าน่าทาน จะทานคู่กับผักแบบไหนก็อร่อย แต่หากเป็นผักสดจะอร่อยกว่า การทำเมนูนี้ให้อร่อย การตำส่วนผสมต้องละเอียดเวลาทานจะได้ลื่นคออีกด้วย เมนูนี้เด็กๆ  ทานได้คะไม่ใช่เป็นเมนูที่มีรสชาติเผ็ดเกินไป แม้จะมีส่วนผสมของพริกก็ตาม จึงแนะนำว่าน่าทาน ไม่อ้วนด้วยค่ะ ใครที่เบื่อๆ ลองทำแล้วเป็นเมนูติดตู้เย็นดูค่ะ เรารับรองว่าเป็นเมนูน้ำพริกอ่องไก่สับคุณจะต้องติดใจ หรือจะเลือกเป็นเมนูประจำครัวก็ดีอีกมากเลยค่ะที่เราแนะนำ

  • ข้าวไรซ์เบอร์รีผัดกับปลานิล
    การทำอาหาร,  ข้อมูลอาหาร,  อารหารเด็ด

    รีวิว ข้าวไรซ์เบอร์รีผัดกับปลานิล รสเด็ด

    เรานำเลยว่า เมนู ข้าวไรซ์เบอร์รีผัดกับปลานิล เป็นเมนูอาหารที่น่าทานมาก และเด็กๆ ยังทานได้อีกด้วยเป็นเมนูที่มีประโยชน์มากค่ะเมนูนี้ ใครที่กำลังลดความอ้วนเรารับรองว่าเมนูนี้เด็ดเลยค่ะ การทำก็ง่ายวัตถุดิบก็หาง่ายด้วยค่ะ เมนูนี้ รับรองว่าคนที่บ้านต้องชอบแน่นอน ใครจะทำเพิ่มเป็นเมนูติดครัวก็ได้ค่ะรับรองว่าขายดี ส่วนมาเมนูนี้จะทานกับข้าวสวย แต่พอมาเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่เราต้องบอกเลยว่าเป็นเมนูเด็ดอีกอย่างที่เราขอนำเสนอเลยเมนูข้าวไรซ์เบอร์รีผัดกับปลานิล แนะนำอาหารเด็ด ขั้นตอนการเตรียมเมนู ข้าวไรซ์เบอร์รีผัดกับปลานิล ปลานิลหั่นปริมาณ  100 กรัม (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำเล็กๆ สีเหลี่ยม) พริกไทยป่น จำนวนเพียงเล็กน้อย เกลือป่นหยาบ จำนวนเพียงเล็กน้อย น้ำมันพืช จำนวนเพียงเล็กน้อย แป้งทอด (แบบสำเร็จรูป) น้ำมันมะกอก ปริมาณ 1-2 ช้อนชา กระเทียมสับ  ปริมาณ 1 ช้อนชา บรอกโคลี หั่ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แครอต ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวไรซ์เบอร์รี จำนวน 3-4 ถ้วยตวง (หุงสุก) ฟักทอง ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว ปริมาณ 1- 2 ช้อนชา ซอสเห็ดหอม ปริมาณ 2 ช้อนชา เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ จำนวน  6-7 เม็ด น้ำตาลทราย ปริมาณ 1-4 ช้อนชา น้ำปลา- น้ำมะนาว-พริกขี้หนู (ผสมกันใช้จำนวนเล็กน้อย) เมล็ดทานตะวัน ปริมาณ 1 ช้อนชา (แบบอบกรอบ) วิธีการทำเมนูข้าวไรซ์เบอร์รีผัดกับปลานิล 1.     นำปลานิลมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นทาเกลือให้ทั่ว นำมาคลุกกับแป้งทอดกรอบ จากนั้นเตรียมตั้งกระทะ เปิดไฟในระดับปานกลาง เทน้ำมันไปพอดี แล้วลงไปทอด ทอดจนปลาเหลืองสวยงาม ตักพักจานไว้จนน้ำมันสะเด็ด 2.        จากนั้นทำการเจียวกะเทียม ส่งกลิ่นหอมและมีสีเหลืองสวยงาม ตามด้วยใส่ผักลงไปผัดได้เลย 3.        ใส่บรอกโคลี แครอต ฟักทองลงไปผัดตามจากนั้น ใส่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน 4.        ทำการปรุงรสตามได้เลย  ใส่เห็ดหอม น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ซีอิ๋วข้าวและเกลือป่น 5.        จากนั้นนำปลาลงไปตาม โดยการทอดบ่อยๆ อย่าให้เลอะ…